2008/Nov/18

...  สืบเนื่องจาก  entry เดือนกันยายน ปี 2006 

 ผมเสีย greatest girl ของผมไปแล้ว เดือนเมษาปีก่อน
นั่นเป็นหนึ่งในสาเหตุว่าทำไมผมเลิกเขียน blog ที่นี่ ...
เออมันอาจดูไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ผมก็หมดอารมณ์จะเขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราว

เราคบกันมาสี่ปีกว่า.. สองปีแรกหวานชื่น ส่วนสองปีหลัง...ผมเบื่อ
เบื่อด้วยเหตุผลโง่เง่าว่าเธอดีเกินไป
ผมใช้เวลาสองปีหลังพยายามบอกเธอว่าเราควรจะเลิกกัน
ว่าเธอคงมีความสุขกว่าถ้าไม่มีผม
 ว่าถ้าเธอร้องไห้เสียใจมากมายเวลาเราทะเลาะกันทำไมเราไม่เลิกกันไปเลย จะทนอยู่ทำไม
ผมเฮงซวยอย่างงั้นแหล่ะ
ยิ่งคบกับเธอนานผมยิ่งรู้สึกตัวเองเลวร้ายลงทุกที
ความพยายามสองปีของผมเป็นผลสำเร็จ
.. เดือนเมษาปีที่แล้ว เราเลิกกัน หลังจากระหองระแหงกันมาเป็นแรมปี
เธอไม่ได้โกรธ เธอไมได้เกลียด
เธอแค่ให้เหตุผลว่า เธอไม่มีอะไรจะให้ผมได้อีกแล้ว
ประโยคคล้ายๆกับที่ เจ อนิสตัน พูดกับ วินซ์ วอน ในตอนจบเรื่อง เดอะ เบรคอัพ
ผมใช้เวลาสองอาทิตย์แรก เฉลิมฉลองอิสระภาพใหม่

แต่แล้ววันแรกในอาทิตย์ที่สามเหมือนฟ้าผ่า  ผมตกหลุมรักเธอ
ทุกคนลงความเห็นว่าเพราะเลิกไปแล้วถึงได้เห็นค่า หรือไม่ผมมันก็ไอหมาหวงก้าง

แต่มันไม่ใช่อะไรแบบนั้น ผมตกหลุมรักเธอฉับพลันทันด่วน
แถมรักหัวปักหัวปำเหมือนรักแรกของเด็กมปลาย
ความรักเลอะเทอะที่ผมเคยด่าเพื่อนไม่กี่อาทิตย์ก่อนหน้าจะเจอกับตัว
เพื่อนที่โทรมาร้องห่มร้องไห้ทุรนทุรายจะตายซะให้ได้เมื่อแฟนนอกใจ
ตอนนั้นผมด่ามันว่าบ้า ไร้สาระ ไม่มีใครอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีอีกคน ..   เรามีพ่อ มีแม่ มีเพื่อนมีคนที่รักเรา
แล้วทำไมต้องจะเป็นจะตายเพราะผู้หญิงคนเดียว
ผมร่ายยาวใส่มัน ขุดความรู้จิตวิทยาทั้งปริญญาที่ผมเรียนมานั่งให้คำปรึกษา
ว่าค่าของตัวเรานั้นอยู่ที่ตัวเอง .. การถูกทิ้งไม่ได้แปลว่ามึงไร้ค่า
เอาเถอะ
แล้วตอนนี้ คำพูดเหล่านั้นย้อนกลับมาหาตัวเอง  
ทฤษฏีที่เรียนมา.. ใช้ไม่ได้ซักข้อ


"มึงไม่เคยมีความรักมึงไม่รู้หรอก..."

จริงของมันบางเรื่องถ้าไม่เกิดกับตัวก็คงไม่มีทางรู้

 เป็นแบบนั้นแหล่ะ 


2007/Apr/05

ได้รับโทรศัพท์ จากเธอตอนเที่ยงคืน
(หลังจากหลายเดือนที่ไร้การติดต่อ)
บอกว่ากำลังเดินกลับบ้านในซอยเปลี่ยว
ผมถามว่า ถ้าเกิดโดนฉุดขึ้นมาแล้วผมจะทำอะไรได้
เธอบอกว่า ไม่ได้หรอก แต่ให้นายรู้ไว้ ให้เดือดเนื้อร้อนใจเล่น

ผมคิดจริงจริงๆ ถ้าเกิดเธอโดนฉุดขึ้นมาจะทำอะไรได้
โทรแจ้งตำรวจ
เฮ้ ตำรวจเพื่อนของผมกำลังโดนฉุดอยู่ที่ไหนซักแห่งในกรุงเืทพ
ไม่รู้ครับ ผมไม่รู้ว่าบ้านเธออยู่ไหน
ไม่รู้ครับ ผมไม่รู้ชื่อจริงเธอ
เบอร์ที่บ้านเธอ ... ผมไม่รู้หรอก
ทำงานที่ไหน จะไปรู้ได้ยังไงล่ะ
ผมมี email เธอใช้ได้มั้ย
เบอร์โทรศัพท์มือถือที่เปลี่ยนทุกสามเดือนล่ะ ?

ผมรู้จักเธอมา หกปีแล้ว .... แต่เพิ่งตระหนักได้ว่า ผมไม่รู้เรื่องพวกนี้เกี่ยวกับเธอเลย
ผมรู้ว่าเธอชอบกินฟูจิ เกลียดปลากระป๋อง ผมรู้ว่าเธอชอบกินสตอเบอรี่แต่เกลียดไอศกรีมรสสตอเบอรี่
ผมรู้ว่าชอบเล่นเกมส์ และเกลียดการพ่ายแพ้
ผมรู้ว่าเธอฉลาดเป็นกรด แต่ก็ดร๊อปมันทุกวิชามาแล้วสองเทอม เพราะติดเกมส์
ผมรู้ว่าเธอขี้เหงา แต่ก็ชอบอยู่คนเดียว
ผมรู้ว่าเธอหัวเราะเสียงดังเวลาอยู่กับเพื่อน
แต่ถ้ามีคนที่เธอไม่ึคุ้น เสียง fake หัวเราะของเธอเป็นเสียงที่น่าฟังที่สุดในโลก (อันนี้มีผมคนเดียวเท่านั้นที่รู้)

ผมรู้รายละเอียดเยอะแยะ แต่เรื่องพวกนี้ไม่ช่วยผมตามหาเธอในซอยเปลี่ยวที่ไหนซักแห่งได้ซักนิดเดียว

คราวหน้าหากเธอโทรมาผมต้องรู้เบอร์บ้านเธอให้ได้











2007/Jan/12

มาตอบ tag ที่ คุณ fux แปะไว้ครับ :)
แล้วก็ขอโทษที่ตอบช้าไปหน่อย

(1) พี่ชายผมคิดอย่างจริงจังว่าตัวเองเป็นมนุษย์ต่างดาว
เค้าพยายามชักชวนให้ผมเชื่อแบบนั้นด้วยเหมือนกัน มันบ้าครับ
ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว
แต่ว่าพักหลังมานี้ ตอนกลางคืน ผมมักจะเงยหน้ามองฟ้าบ่อยๆ
กำลังมองหายานแม่ของเราครับ

(2) กิจวัตรประจำวันจันทร์ คือการเข้าเวบ
Postsecret.com
เป็นเวบที่ให้คนเขียน Postcard บอกเล่าความลับของตัวเองไปแบบ noname
อ่านแล้วรู้สึกสบายใจกับเพื่อนร่วมโลก แบบแปลกๆ
ทุกคนคนมีความลับ พอได้รู้ความลับของคนอื่นก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นอยู่หน่อย

วันก่อนผมเพิ่งส่งใบที่สิบของตัวเองไป ส่งแล้วก็หนักใจตัวเองนิดๆแห้ะ

(3) ผมเรียนจบจิตวิทยาการให้คำปรึกษา
เคยต้องไปฝึกงาน รับโทรศัพท์ ให้คำปรึกษาพวกที่อยากฆ่าตัวตาย
แต่ว่า พอได้คุยกับคนพวกนั้นแล้ว พอได้รับฟังปัญหา
ก็มักจะคิดว่า 'มันก็น่าจะตายๆไปซะจริงๆนั่นแหล่ะ'
หรือไม่ก็ 'เออ เป็นกุก็คงขอตายดีกว่าเหมือนกัน' เป็นแบบนั้นซะได้

หลังจากนั้นก็รู้ตัวว่าตัวเองเรียนผิดสายครับ - -''
ชีวิตเป็นเรื่องยากเย็นซะจริง

(4) สมัยเรียนเพราะต้องกลับบ้านช้าบ่อยๆ เพราะว่าพ่อมารับช้า
เลยชอบแอบเอารองเท้าเพื่อนๆไปซ่อน จะได้มีคนอยู่เย็นเหมือนกัน
นิสัยนั้นติดมาถึงตอนนี้เลย
ชอบเอาของชาวบ้านไปซ่อน แล้วก็นัี่งมองเค้าหาอย่างกังวลใจ
- - เป็นนิสัยเสียครับ


(5) วันสิ้นปี ในที่สุด เมย์ก็ไม่โผล่หน้ามาให้เห็น
ผมยอมแพ้ หนีไปนอนดูวีซีดี 'chucking express' ของ หว่องกาไว
ดูจบตอนตีสองกว่า ถึงตัดสินใจ message หาเธอ
ตอนแรกก็พิมพ์ยืดยาว มีคำอย่างเช่น อยากให้มา
หรือคิดถึงปีเก่าๆ รวมอยู่ด้วย
แต่รู้สึกว่ามันผิด และกลัวเสียฟอร์ม
เลยลดลงแค่
'happy new year 2007'
กำลังจะส่ง แต่กลัวเธอคิดว่าเป็นแค่ fwd mail
เลย พิมพ์ลงไปอีกว่า
to may
happy new year 2007
ให้เธอรู้ว่าพิมพ์เองกับมือ
ส่งไปแบบนั้นแหล่ะ แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองดูง่าวจริงๆ - -;

ps เธอไม่ตอบมาครับ แล้วจนบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากเธออีกเลย

เค้าให้ tag ต่ออีก 5 คน แต่ผมสังคมแคบ T_T
ไม่มีใครให้ tag เลยจริงๆ
ใครอยากทำต่อ ก็ตามสบายเลย
(ป่านนี้ทำกันหมดแล้วล่ะมั้ง)